
รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ คือเสน่ห์ของการเดินทางท่องเที่ยวของเมืองตรัง ที่ดึงนักท่องเที่ยวให้มาทดลองนั่งชมเมืองด้วยเสียงดังของเครื่องยนต์ที่ได้ยินมาแต่ไกลใคร ๆ ก็รู้แล้วว่านี่คือเสียงของรถตุ๊กตุ๊กหัวกบ อันเป็นเอกลักษณ์ที่คนตรังสัมผัสรู้ บางคันก็จะมีการตกแต่งด้วยแสงสีเสียงภายนอกและภายใน เพื่อสร้างสีสันให้ดูสวยงามและถูกใจโดยเฉพาะวัยรุ่นที่ชอบความสนุกสนาน และเพื่อทันสมัย แปลกตา ตื่นเต้น และเร้าใจแก่ผู้โดยสาร ที่ได้นั่งและมาเยือนเมืองตรัง ตุ๊กตุ๊กหัวกบของตรังมีความแตกต่างจากตุ๊กตุ๊กทั่วไปในประเทศไทย ตรงที่หน้าตารถมีลักษณะคล้าย “หัวกบ” ซึ่งตกแต่งด้วยสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้า สีแดง หรือสีเหลือง ทำให้ดึงดูดสายตาและสร้างบรรยากาศที่สดชื่นให้กับเมืองตรัง
สำหรับการเรียกชื่อว่า “ตุ๊กตุ๊กหัวกบ” นั้นน่าจะมาจากส่วนประกอบด้านหน้ารถ จะมีลักษณะเหมือนหัวกบตามลักษณะที่พบเห็น รถตุ๊กตุ๊กนั้นเริ่มนำเข้ามาใช้ในเมืองไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2503 ตรงกับสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เริ่มนำเข้ารถตุ๊กตุ๊ก ยี่ห้อไดฮัทสุ รุ่นมิทเจ็ท ดีเค จากประเทศญี่ปุ่น โดยนำมาใช้แถวย่านการค้าเยาวราช และมีการขยายการใช้งานและจำหน่ายไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้นำเข้ามาในจังหวัดตรังประมาณ พ.ศ. 2505 เริ่มแรกคนไทยจะเรียกรถตุ๊กตุ๊กว่า “สามล้อเครื่อง” คงเป็นเพราะขับเคลื่อนได้เพราะมีสามล้อ ตรงส่วนหน้าคนขับมีหนึ่งล้อและส่วนหลังตรงที่บรรทุกของอีกสองล้อนั่นเอง ตอนที่เริ่มนำเข้ามาใช้ใหม่ ๆ ยังไม่มีหลังคา ต่อมาได้นำมาดัดแปลงส่วนต่าง ๆ และต่อเติมหลังคาเพิ่มขึ้นตรงส่วนที่นั่งของผู้โดยสารเพื่อช่วยกันแดดและฝน ใช้ประโยชน์ทั้งการขนส่งและโดยสาร พัฒนาเรื่อยมากระทั่งรูปร่างหน้าตาของรถตุ๊กตุ๊ก เหมือนกับรถตุ๊กตุ๊กหัวกบของจังหวัดตรัง ที่ปรากฏให้เห็นตามรูปแบบในปัจจุบัน